posted on 24 Mar 2009 15:59 by hutpaza in Wordpress
ก็ท่องเน็ตหา Theme ใหม่ ๆ สวย ๆ ที่สำคัญต้องฟรี
เพื่อว่าจะเอามาเปลี่ยนบ้าง ก็ไปเจอเวบไซต์นี้เข้าโดยบังเอิญ
เห็นทีแรกก็ธรรมดาไม่ต่างจากเวบอื่น แต่กดไปกดมา
ไม่ธรรมดาเหมือนกันนะเนี้ย!!
ความไม่ธรรมดาอยู่ตรงที่ Theme
ที่เค้าเอามาให้เราโหลดนั่น บางส่วนก็มาจากผู้ใช้ Wordpress ส่งเข้ามา
โดยหากท่านใดมีความสามารถในการทำ Theme ได้ ก็ลองคลิกที่ปุ่ม Sumbit
แล้วส่งไปนะครับ เผื่อว่าจะมี Theme สวย ๆ ของเราขึ้นไปโชว์บ้าง
แถมอีกนิดครับ หากใครสนใจ Brush สำหรับใช้กับโปรแกรมตระกูล Adobe และ ลายเส้นสวย ๆ ในรูปแบบ Vector ก็ลองคลิกไปชมกันได้นะครับ
สนใจไป Download Themes สวย ๆ ก็เชิญได้ที่นี่นะครับ www.fresheezy.com
มื่อวันพุธสัปดาห์ก่อนอาการครั่นเนื้อครั่นตัว
แต่ก็รู้ตัวเองว่านอนดึกติดต่อกันหลายคืน
วันพฤหัสบดีจึงหยุดงานเพื่อไปหาหมอเพราะไม่ไหวจริง ๆ เอาไฟฉายส่องคอดู
คอแดงมากแต่ยังไม่บวม ไปหาหมอก่อนย่อมได้เปรียบ ก็ไปโรงพยาบาลแถว ๆ
บ้านนี้แหละ ใช้ประกันสังคมเอา
ไปถึงก็ยื่นบัตรที่เคาเตอร์ วัดความดัน ชั่งน้ำหนักตามระเบียบ รอหมอเรียก
วันนี้หมอที่มาหาประจำไม่อยู่ ก็เล่าอาการให้หมอฟัง หมอก็เลยส่องคอ
แล้วก็ฟังเสียงหัวใจและปอด “คอแดงจริง ๆ เดี๋ยวเอายาไปกินนะครับ”
งวดนี้มาหาหมอแต่เนิ่น ๆ คงไม่เป็นไรมาก ก็ไปรอรับยา แล้วก็กลับบ้านไปนอน
นอนแบบหลับ ๆ ตื่น ๆ ทำไมบัตรเครดิต ขายประกันโทรมาจัง
เรื่องงานไม่เท่าไหร่ ตอนเย็นอาการเริ่มดีขึ้น พรุ่งนี้คงไปทำงานได้
กินข้าวกินยาแล้วก็เข้านอนไม่เกิน 4 ทุ่มก็หลับ ที่ไหนได้
ตัวสั่นไข้ขึ้นตอนตีสามกว่า ๆ แฟนต้องมาเช็ดตัวแล้วกินยาลดไข้ถึงดีขึ้น
(หมอไม่ได้ให้มา เพราะตอนนั้นไข้มีไม่มาก)
ตอนเช้าก็นอนอยู่บ้านเพราะไปทำงานไม่ไหวจริง ๆ
วันนี้อาการแย่กว่าเมื่อวานเล็กน้อย แต่ก็รู้สึกดีขึ้นกว่าเดิม
เลยลองส่องคอตัวเองอีกครั้ง เวรแล้ว คอบวมแล้วก็มีการอักเสบ (หนอง)
นิดหน่อย เมื่อวานมันแค่แดง ๆ เองนะ แต่ก็กินยาที่หมอให้ไปก่อน
ช่วงตีสี่เช้าวันเสาร์เอาอีกไข้ขึ้นอีกแล้ว จึงตัดสินใจไปหาหมออีกครั้ง
หมอเปลี่ยนคนอีกแล้ว ก็บอกว่าคอบวมและอักเสบด้วย หมอเลยส่องคอมั้ง
หมอ “อืม บวมจริง ๆ ด้วย เป็นมากี่วันแล้ว”
ผม “ตั้งแต่วันพุธครับ”
หมอ “เดี๋ยวต้องฉีดยาแล้วนะ แล้วก็เอายาชุดใหม่ไป”
พระเจ้า โดนฉีดยาจนได้ ก็ไปนั่งรอหน้าห้องฉีดยา
พยาบาลสาวก็เดินมาเรียกให้ไปนอนบนเตียงพร้อมดึกกางเกงลงมาด้วย
เข็มเริ่มจิ่มลงไปที่ก้น โอ้ว! ทำไมเจ็บจัง เหมือนนานกว่าปกติ
แถมพอดึงเข็มออก พยาบาลเอาพลาสเตอร์มาแปะที่ก้นอีก
ก็เลยถามพยาบาลว่าฉีดกี่เข็มครับ พยาบาลก็ดู ๆ แล้วก็ว่าเข็มเดียวนะค่ะ
เดี๋ยวไปรอรับยาได้ค่ะ ถึงว่าเข็มเดียวแต่คงใส่ยาไปเยอะ (ปกติฉีด 3 เข็ม
แบ่ง 3 วัน) ได้ยาตัวใหม่มาเท่าที่อ่านแล้วฤทธิ์ยาคงแรงกว่าเดิม
กลับบ้านก็นอนพักเอาแรง
หลังจากฉีดยาอาการเจ็บคอ ลดลง ไม่มีการอักเสบ (หนอง) ที่คอแล้ว
แต่คอยังบวมอยู่ ขณะที่พิมพ์อาการก็ดีขึ้น เวลากลืนน้ำลายไม่เจ็บ แต่ฝึดคอ
ยาปฏิชีวนะที่ได้มายังกินไม่หมด ก็คงต้องกินต่อไปให้ครบคอร์ส
สรุปว่าจะเอาเรื่องที่มาที่ไปของคออักเสบ (Pharyngitis)
และต่อมทอนซิลอักเสบ (Tonsillitis) คงต้องยกไปในบทความต่อไปนะครับ …
ขอให้ทุกคนสุขภาพแข็งแรงนะครับ
ปล. ถ้าใครอยากเห็นว่าคออักเสบเป็นยังงัยก็เอาคำว่า Pharyngitis ไป search ใน google นะครับ รับรองเห็นภาพ
มีบทความชิ้นนึงได้อ่านและผ่านตามาบ้างแล้ว
แต่ก็ยังไม่ได้อ่านอย่างจริงจังนัก จนมาเจอบทความนี้อีกครั้งในเวบโหลตบิท
จึงลองโหลดมาอ่านดูว่าจะแตกต่างจากที่เรามีอยู่แล้วมั้ย
พอโหลดมาแล้วก็รู้ึสึกชอบในบทความชิ้นนี้ ทั้งที่ก็เป็นคนเขียนคนเดียวกัน
ผลงานชิ้นนั้นคือ 9 เทคนิคฝึกสมองไบรท์ ของ หนูดี วนิษา เกรซ
ซึ่งเทคนิคต่างๆ ก็เป็นอะไรที่ง่ายๆ แต่เรามองข้ามมันไปเท่านั้นเอง
หากเราหันกลับมามองเหมือนที่หนูดีมอง เราก็อาจจะเป็นอัจฉริยะขึ้นมาก็ได้
ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ผมจึงอยากจะลองเก็บความทรงจำดีดีของผมเสียแต่วันนี้
9 เทคนิคที่จะำทำให้สมองไบรท์ มีดังนี้
- จิบน้ำบ่อยๆ เพราะสมองต้องใช้น้ำในการหล่อเลี้ยง เราจึงควรจิบน้ำบ่อยๆ
เพื่อให้น้ำไปหล่อเลี้ยงสมองตลอดเวลา
และจะช่วยให้เราสามารถคิดอะไรต่างๆได้ดีขึ้น
- กินไขมันดี คือการกินน้ำมันปลา สารสกัดใบแปะก๊วย นมถั่วเหลือง วิตามินรวม เพื่อนำไปทดแทนส่วนที่สึกหรอ
- นั่งสมาธิ เพื่อให้สมองผ่อนคลายในเวลาเช้า หากไม่มีเวลาจริงๆ ก็ทำก่อนนอนโดยใช้เวลาประมาณ 12 นาที
- ใส่ความตั้งใจ ตั้งเป้าหมายและทำให้ประสบความสำเร็จ จะเป็นการฝึกสมองให้รู้จักคิดและปรับพฤติกรรมของเราไปด้วย
- หัวเราะและิยิ้ม จะทำให้มีการหลั่งสารเอ็นโดรฟิน ซึ่งเป็นสารแห่งความสุข กระตุ้นให้เรามีความอยากรักและหวังดีต่อผู้อื่น
- เรียนรู้สิ่งใหม่ทุกวัน โดยลองทำสิ่งใหม่ๆที่ต่างไปจากที่เคย
ไม่ว่าจะเป็นการกินอาหารร้านอื่นที่ไม่ใช่ร้านประจำ
หาหนังสือเล่มใหม่มาอ่าน คุยกับเพื่อนร่วมงาน ศึกษาวิธีการทำงานของผู้อื่น
จะทำให้มีการหลั่งสารเอ็นโดรฟินและโดเปมีน ซึ่งเป็นสารแห่งการเรียนรู้
- ให้อภัยตัวเองทุกวัน การโกรธตัวเองและผู้อื่นทำให้เปลืองพลังงานสมอง
เราจึงควรรู้จักให้อภัยแล้วนำพลังงานสมองไปใช้ในด้านอื่นที่เกิดประโยชน์
มากกว่า
- เขียนบันทึก Graceful Journal (หัวข้อนี้แหละครับ
ทำให้ผมคิดอยากจะเก็บความทรงจำดีดีของผมเอาไว้)
เขียนบันทึกสิ่งดีดีที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน ทำให้สมองคิดในเชิงบวก
ทำให้หลับฝันดี ตื่นมามีสมาธิ และความคิดสร้างสรรค์
- ฝึกหายใจลึกๆ จะทำให้ออกซิเจนวิ่งไปยังสมองได้ดีขึ้น
เพราะสมองใช้ออกซิเจน 20-25% ของออกซิเจนที่เข้าสู่ร่างกาย
การนั่งหลังตรงจะช่วยให้ออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายได้ดีขึ้น
หากมีการนั่งเป็นเวลานานๆ ควรมีการยืดเส้นยืดสายเพื่อให้ปอดมีการขยายตัว
แต่สุดท้ายของบทความที่ผมอ่านนี้ก็คือทุกอย่างก็อยู่ที่การฝึกฝนทั้งนั้น
อยากเป็นอัจฉริยะก็ต้องมีการฝึกฝนเช่นกัน
ถึงจะมีพรสวรรค์แต่ไม่มีพรแสวงก็คงไม่ประสบความสำเร็จเช่นกัน
ถ้าอยากจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีก็อย่าลืมฝึกฝนกันนะครับ
หลังจากนี้ผมก็จะพยายามเขียนบทความที่มีแต่ความทรงจำดีดี เพื่อเป็นการฝึกสมองของผมเช่นกัน